สวัสดีครับ
สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันอาทิตย์
MC WANG JIE (แอ๊ด) เข้าประจำการครับ
ก่อนอื่นเลย....ต้องขอโทษขออภัย เป็นอย่างสูง อย่างยิ่ง อย่างล้นพ้น เหลือประมาณ เพราะเมื่อวานนี้วุ่นวายทั้งวัน จนลืมภาระกิจตรงนี้ กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อเห็นหลังไมค์จาก MC น้องเจน (นู๋สร้างชาติ) เวลาปาเข้าไปทุ่มกว่า หลายท่านคงรอคอยกัน ...
ขอโทษอีกครั้งครับ คงจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกสำหรับ MC
วันนี้ ขอนำเรื่อง สถานที่สยองขวัญจากทั่วโลกมาเล่าต่อ เป็นตอนที่ 3 ครับ...ซึ่งในตอนที่ 2 ที่เคยเล่าไปแล้ว จบด้วยสถานที่ๆ 4 คือ "เกาะตุ๊กตาผีสิง" ที่ประเทศเม็กซิโก...เพราะฉะนั้น เราไปกันต่อ ณ สถานที่ๆ 5 กันเลยครับ
สถานที่สุดสยองแห่งที่ 5 : "บ้านฆาตกรรมขวานสับโหดแห่งวิลลิสก้า" (Villisca Ax Murder House) รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา
บ้านแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในรัฐไอโอวา มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นใหม่ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 เมื่อ "การเสาะหาอาถรรพณ์เพื่อสันทนาการ" ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่มิได้คาดคิด..และโหดร้าย...
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2014 ผู้เยี่ยมชม "บ้านฆาตกรรมขวานสับโหดแห่งวิลลิสก้า" ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเมืองวิลลิสก้ารัฐไอโอวา ถูกส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน หลังจากได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลแทงหน้าอกของตัวเอง !! บ้านหลังนี้เป็นแหล่งที่คุ้นเคยสำหรับ "นักล่าผี" ซึ่งได้ประกาศว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่มีผีสิงมากที่สุดในอเมริกา ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฆาตกรรมปี 1912 เด็ก 6 คนและผู้ใหญ่ 2 คนที่มีหัวกะโหลกถูกบดขยี้ในขณะที่พวกเขานอนหลับอยู่ในห้องนอนของพวกเขา อาชญากรรมนี้ยังไม่สามารถคลี่คลายได้
และผู้ที่มาเยี่ยมชมบ้านมักจะรายงานว่า ถูก "รบกวนทางอารมณ์และกายภาพ" โดยสิ่งลึกลับเป็นประจำตลอดเวลาที่เข้าชมบ้านทั้งคืน
"พวกเขาเล่นกับเด็กๆ, พวกเขาได้ยินเสียงพวกนั้น, เขาได้เห็นสิ่งที่ผิดปกติ" มาร์ธ่า ลินน์ วัย 77 ปี ผู้ซื้อบ้านในปี 1994 และซ่อมแซมมันให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างที่เคยเป็นในปี 1912 จัดการถอดสายไฟฟ้า ท่อประปาทั้งหมดออก และเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
"ฉันมีสมุดบันทึกเรื่องราวจากช่วงสองปีที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยประสบการณ์ของผู้คนที่เคยเข้ามา มีน้อยคนนักที่มาค้างคืนแล้วกลับออกไปโดยไม่ได้เจออะไรเลย"
ประสบการณ์ที่ว่านี้ ทำให้ผู้ที่จะเข้าพัก ต้องจ่ายเงิน 428 เหรียญต่อคืน !! แต่ก็ปรากฏว่า ยังมีคนยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะได้เข้าไปนอนให้วิญญาณร้ายเข้าเล่นงาน

จำนวนประสบการณ์สยองของผู้ที่ถูกวิญญาณเข้าครอบงำในบ้านที่มีรายงานบันทึกไว้ ทำให้บ้านนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งสถานที่ๆมีผู้คนเข้าชมมากที่สุดเป็นประจำ สำหรับ "นักล่าท้าผี" ที่มักจะนำเครื่องมือเช่น
"วีจาบอร์ด กระดานคุยกับผี (Ouija)" เครื่องบันทึก EVP (เป็นไกเกอร์เคาน์เตอร์ที่ใช้ตรวจค้นหาสัญญาณจากวิญญาณ) หรือขวานด้ามเดิมจากการฆาตกรรม เอาเข้าไปในบ้านด้วยความพยายามที่จะกระตุ้นพลังแห่งความมืดในกำแพงที่ถูกสาปแช่ง
ช่วงต้นเดือนนี้
โรเบิร์ต สตีเว่น เลาร์เซ่น จูเนียร์ วัย 37 ปี จากเมืองไรน์แลนเดอร์ รัฐวิสคอนซิน เป็นผู้มาเยี่ยมชมบ้าน เขาไปกับกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อ "การสืบเสาะหาเรื่องอาถรรพณ์เพื่อสันทนาการ" ตามคำบอกเล่าของ
โจ แซมพ์สัน นายอำเภอเมืองมอนต์โกเมอรี่เค้าตี้ บอกว่า "ตามที่ผมเข้าใจ (ตอนนั้น) เขาอยู่คนเดียว ในห้องนอนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ อยู่กันข้างนอก และเขาเรียกขอความช่วยเหลือทางวิทยุสื่อสารของพวกเขา" นายอำเภอแซมพ์สันกล่าว บรรดาลูกน้องของเขาพบว่า
เขาถูกแทงที่หน้าอกโดยกรีดตัวเองเป็นแผลที่อ่านได้ว่า "เรียก 9-1-1" แล้วเลาร์เซ่นก็ถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลใกล้ ๆ ก่อนที่จะถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังศูนย์การแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเครกตั้นในเมืองโอมาฮ่า
ตามรายงานจากตำรวจเมืองมอนต์โกเมอรี่เคาน์ตี้ รายงานว่า
เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 12:45 น. ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นช่วงเวลาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อมีการฆาตกรรมโยสิยาห์และซาร่าห์มัวร์เมื่อปี 1912 พร้อมกับเด็กสี่คนและเด็กหญิงสองคนที่มาเยือน
"เราเรียกการฆาตกรรมครอบครัวมัวร์ว่าเป็น 'ปริศนาลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา"
เคลลี่ รันเดิล ผู้อยู่เบื้องหลังในการทำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง
"วิลลิสก้า : การอยู่กับความลึกลับ" กล่าว "เรื่องราวมันอ่านดูเหมือนนิยาย
และยิ่งคุณรู้เรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องพิลึกหนักขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเรื่อง (จริง) ที่ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมใส่ไข่อะไรเลย"
เรื่องราวฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นคือ...ในคืนวันที่ 9 มิถุนายน 1912 โยไซมัวร์และภรรยาของเขามีลูกชายสามคนและลูกสาว เข้าร่วมกิจกรรมที่โบสถ์ในตอนเย็น ก่อนจะกลับบ้านไปพร้อม ๆ กับเพื่อนสนิทของลูกสาวสองคนที่ถูกชวนไปพักค้างคืนที่บ้าน ประมาณ 7 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อนบ้านหญิงคนหนึ่งก็สังเกตเห็นว่าบ้านมันเงียบผิดปกติ และเมื่อเธอพบว่าประตูล็อคไว้ และหน้าต่างทั้งหมดถูกผ้าปกคลุมอยู่ (มองไม่เห็นอะไรข้างใน) เธอจึงเรียกพี่ชายของมัวร์ให้มาไขกุญแจบ้าน และพบว่าญาติของเขาเลือดโชกและสิ้นชีวิตอยู่บนเตียงของพวกเขา
เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเข้าควบคุมสถานการ "ฝรั่งมุง"บ้านที่เกิดเหตุฆาตกรรมอย่างรวดเร็ว มีคนประมาณร้อยคนมาดูศพของคนที่ถูกสับ สมัยนั้นยังไม่มีการใช้ลายนิ้วมือเป็นหลักฐานในการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ความวุ่นวายจึงเกิดจากผู้ที่มาชมบ้าน ทำให้เหล่านักสืบทั้งหลายไม่สามารถเก็บหลักฐานเพียงพอสำหรับการตรวจสอบได้ แต่ก็มีรอยบากเหนือเพดานห้องนอนซึ่งเกิดจากการขว้างขวาน เผยให้รู้ความสูงของฆาตกรว่าประมาณเท่าใด (ซึ่งขัดแย้งกับผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งในช่วงแรกสั้น ๆ) แต่รอยบากเหล่านี้ปรากฏอยู่ตรงกลางห้อง ไม่ใช่อยู่เหนือเตียงของเหยื่อ จึงคิดกันว่าฆาตกรอาจจะใช้มือควงขวานขว้างไปอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้เกิดความตื่นตระหนก
ร่างของ
เลน่า และ
ไอน่า สติลลิงเกอร์ ถูกพบในห้องนอนที่ชั้นล่าง ที่ฐานของเตียงของเลน่าผู้มีอายุ 12 ปี พบว่า มีโคมไฟน้ำมันก๊าดซึ่งอาจใช้ในการส่องบนร่างกายของเธอซึ่งนอนอยู่ในท่วงท่าเซ็กซี่เร้าอารมณ์กับชุดชั้นในที่หายไป เลือดจางๆอาบที่ขา และมีบาดแผลที่แขน เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่าเธอเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศและเป็นสมาชิกคนเดียวของบ้านที่พยายามจะสู้กับผู้บุกรุก
ด้วยเทคโนโลยีและเทคนิคการสืบสวนในปัจจุบัน การฆาตกรรมดั้งเดิม อาจคลี่คลายได้ไม่ยากนัก ในขณะที่ความหลากหลายของข้อสงสัยและรอยนิ้วมือชี้ว่า เป็นช่วงเวลาที่แบ่งชาวเมืองทั้งเมืองให้เป็นไข้ฮิสทีเรีย นักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันระบุถึงความเป็นไปได้ที่แตกต่างกัน 3 อย่างสำหรับฆาตกรคือ (1) เป็นฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรคนอื่น ๆ ที่คล้ายๆกัน (2) ฆาตกรเป็นนักเทศน์ นักเดินทางที่มีประวัติของการประพฤติผิดทางเพศ (3) เป็นวุฒิสมาชิกคนหนึ่งของรัฐที่คิดว่าจะได้รับค่าจ้างอย่างงามในการจ้างคนโง่ๆสักคนไปฆ่าครอบครัวมัวร์ แต่ไม่มีใครเคยถูกตัดสินลงโทษ
หนังสือและสารคดีจำนวนมากลงประวัติเรื่องราวฆาตกรรมและการสืบสวนเรื่องอาถรรพณ์ที่ตามมาของบ้านมัวร์ พวกเขาอ้างถึงบุคคลต่างๆที่อ้างตัวว่าได้เห็นชายคนหนึ่งขวางทางเดิน หรือได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็ก ๆ ในห้องนอนของพวกเขา หรือติดอยู่ในห้องนอนที่คาดว่าเป็นที่ๆ เลนา สติลลิงเกอร์ หลบซ่อนตัวจากผู้จู่โจมทำร้ายเธอ

แต่เมื่อ รันเดิ้ล เริ่มถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีของเขาในช่วงปี 1990 มีเรื่องเล่าลือกันนิดหน่อยว่าบ้านมีวิญญาณสิงอยู่ เขากล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่เขาถ่ายทำอยู่ภายในบ้าน เขาไม่เคยมีประสบการณ์ หรือเห็นอะไรผิดปกติ หรือตอนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้าน ก่อนที่เขาพูดกับใครที่อาศัยอยู่ในบ้านเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่มันจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เช่นกัน
"นักสำรวจอาถรรพณ์คนแรกเข้าเยี่ยมชมบ้านในปี 1999 พวกเขาประกาศว่าบ้านถูกผีสิงและพวกเขาจะระบุว่าใครเป็นฆาตกร เขาบอกผม ก่อนหน้านี้ ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมมีความสนใจในสถานที่นี้ซึ่งเป็นเพียงที่เก็บรักษาเอกสารไว้อย่างดีจากที่ผ่านๆมา (บ้านได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ) โชคร้ายที่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องจริงของบ้าน เพราะว่า ก็เหมือนเรื่องประวัติศาสตร์ใด ๆ มันมักจะมีบางอย่างที่ต้องเรียนรู้" รันเดิ้ลกล่าว "ถ้าผู้คนเพียงแค่เข้าไปที่นั่นเพื่ิอที่จะได้รับความกลัวในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาได้ยินหรือได้เห็นแล้วละก็ ผมก็ไม่ทราบว่า อะไรคือสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากที่นั้น"

นายอำเภอแซมพ์สัน ได้เข้าประจำการเขตตั้งแต่ปี 1992 และเป็นนายอำเภอมาตลอดในช่วงหกปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่าเขาไม่เคยถูกเรียกออกไปที่บ้านในกรณีฉุกเฉินใด ๆ เหมือนในอดีต และอ้างถึงเมืองวิลลิสก้าว่า มันก็แค่เป็น "ชุมชนเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ในรัฐไอโอวาของคุณ" เท่านั้นเอง
เมืองนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องกับเลาร์เซ่น อย่างไรก็ตาม ทั้งนายอำเภอแซมพ์สัน และลินน์ ผู้ดูแล กล่าวว่า พวกเขาเหมือนถูกน้ำท่วมปาก ด้วยการซักถามข้อมูลจากสื่อ ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะมันจะจบในไม่ช้านี้
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ" ลินน์กล่าว "มันเป็นเรื่องสาธารณะก็จริง แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องสาธาณะอย่างที่คุณต้องการจะมี,ฉันไม่ต้องการให้คนคิดว่า เมื่อพวกเขามาถึง 'เมืองฆาตกรรมขวานสับโหดวิลลิสก้า' แล้ว บางอย่างจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขาทำเรื่องแบบนั้น ฉันอยากให้พวกเขามีประสบการณ์ดีๆจากบ้านนั้น เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และถ้ามี 'อาถรรพณ์' บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ"
ลินน์ และ นายอำเภอแซมพ์สัน กล่าวว่า เลาร์เซ่น ได้ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของเขาแล้ว แต่จะไม่ให้ความเห็นใดๆที่จะไปไกลกว่าการแสดงความเคารพต่อครอบครัวนั้น
"มีร่างของชาวบ้านที่อยู่รอบๆ บ้านฆาตกรรมครอบครัวมัวร์" รันเดิ้ล ผู้บัญชาการกล่าว "ตราบเท่าที่คุณยังจำได้ว่า นี่เป็นเรื่องเล่าของชาวบ้าน ไม่ใช่ความเป็นจริง ดังนั้นผมจึงถือว่า การพบเห็นสิ่งลึกลับอาถรรพณ์ มันเป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งไปขยายเรื่องเล่าของชาวบ้านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันฆาตกรรม เรื่องเล่าของชาวบ้านสามารถบอกคุณได้มากขึ้นเกี่ยวกับว่า ผู้คนมองเห็นตัวเองอย่างไร และพวกเขามองเห็นโลกมากกว่าข้อเท็จจริงที่มีอยู่รายล้อมเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร"

เครดิตข้อมูลเบื้องต้น 20 สถานที่สยอง ซึ่ง MC ไปหามา =
https://amazingthaisea.com/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94/
เครดิตข้อมูลภาษาอังกฤษ จากเว็บต่างประเทศ
https://www.vice.com/en_us/article/ppm84g/why-did-a-ghost-hunter-stab-himself-inside-a-famous-axe-murder-house-1118 เฉพาะส่วนนี้ MC แปลเองทั้งหมด
ตอนนี้จบแล้วครับ พบกันใหม่ วันพรุ่งนี้ เป็นการชดเชยที่ MC ขาดสำหรับเมื่อวาน อีก 1 วันครับ

ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียง 20/8/2560 - 20 สถานที่สยอง ตอนที่ 3
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นเลย....ต้องขอโทษขออภัย เป็นอย่างสูง อย่างยิ่ง อย่างล้นพ้น เหลือประมาณ เพราะเมื่อวานนี้วุ่นวายทั้งวัน จนลืมภาระกิจตรงนี้ กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อเห็นหลังไมค์จาก MC น้องเจน (นู๋สร้างชาติ) เวลาปาเข้าไปทุ่มกว่า หลายท่านคงรอคอยกัน ...
วันนี้ ขอนำเรื่อง สถานที่สยองขวัญจากทั่วโลกมาเล่าต่อ เป็นตอนที่ 3 ครับ...ซึ่งในตอนที่ 2 ที่เคยเล่าไปแล้ว จบด้วยสถานที่ๆ 4 คือ "เกาะตุ๊กตาผีสิง" ที่ประเทศเม็กซิโก...เพราะฉะนั้น เราไปกันต่อ ณ สถานที่ๆ 5 กันเลยครับ
สถานที่สุดสยองแห่งที่ 5 : "บ้านฆาตกรรมขวานสับโหดแห่งวิลลิสก้า" (Villisca Ax Murder House) รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา
บ้านแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในรัฐไอโอวา มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นใหม่ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2014 เมื่อ "การเสาะหาอาถรรพณ์เพื่อสันทนาการ" ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่มิได้คาดคิด..และโหดร้าย...
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2014 ผู้เยี่ยมชม "บ้านฆาตกรรมขวานสับโหดแห่งวิลลิสก้า" ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเมืองวิลลิสก้ารัฐไอโอวา ถูกส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน หลังจากได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลแทงหน้าอกของตัวเอง !! บ้านหลังนี้เป็นแหล่งที่คุ้นเคยสำหรับ "นักล่าผี" ซึ่งได้ประกาศว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่มีผีสิงมากที่สุดในอเมริกา ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฆาตกรรมปี 1912 เด็ก 6 คนและผู้ใหญ่ 2 คนที่มีหัวกะโหลกถูกบดขยี้ในขณะที่พวกเขานอนหลับอยู่ในห้องนอนของพวกเขา อาชญากรรมนี้ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ และผู้ที่มาเยี่ยมชมบ้านมักจะรายงานว่า ถูก "รบกวนทางอารมณ์และกายภาพ" โดยสิ่งลึกลับเป็นประจำตลอดเวลาที่เข้าชมบ้านทั้งคืน
"พวกเขาเล่นกับเด็กๆ, พวกเขาได้ยินเสียงพวกนั้น, เขาได้เห็นสิ่งที่ผิดปกติ" มาร์ธ่า ลินน์ วัย 77 ปี ผู้ซื้อบ้านในปี 1994 และซ่อมแซมมันให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างที่เคยเป็นในปี 1912 จัดการถอดสายไฟฟ้า ท่อประปาทั้งหมดออก และเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว "ฉันมีสมุดบันทึกเรื่องราวจากช่วงสองปีที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยประสบการณ์ของผู้คนที่เคยเข้ามา มีน้อยคนนักที่มาค้างคืนแล้วกลับออกไปโดยไม่ได้เจออะไรเลย"
ประสบการณ์ที่ว่านี้ ทำให้ผู้ที่จะเข้าพัก ต้องจ่ายเงิน 428 เหรียญต่อคืน !! แต่ก็ปรากฏว่า ยังมีคนยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะได้เข้าไปนอนให้วิญญาณร้ายเข้าเล่นงาน
จำนวนประสบการณ์สยองของผู้ที่ถูกวิญญาณเข้าครอบงำในบ้านที่มีรายงานบันทึกไว้ ทำให้บ้านนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งสถานที่ๆมีผู้คนเข้าชมมากที่สุดเป็นประจำ สำหรับ "นักล่าท้าผี" ที่มักจะนำเครื่องมือเช่น "วีจาบอร์ด กระดานคุยกับผี (Ouija)" เครื่องบันทึก EVP (เป็นไกเกอร์เคาน์เตอร์ที่ใช้ตรวจค้นหาสัญญาณจากวิญญาณ) หรือขวานด้ามเดิมจากการฆาตกรรม เอาเข้าไปในบ้านด้วยความพยายามที่จะกระตุ้นพลังแห่งความมืดในกำแพงที่ถูกสาปแช่ง
ช่วงต้นเดือนนี้ โรเบิร์ต สตีเว่น เลาร์เซ่น จูเนียร์ วัย 37 ปี จากเมืองไรน์แลนเดอร์ รัฐวิสคอนซิน เป็นผู้มาเยี่ยมชมบ้าน เขาไปกับกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อ "การสืบเสาะหาเรื่องอาถรรพณ์เพื่อสันทนาการ" ตามคำบอกเล่าของ โจ แซมพ์สัน นายอำเภอเมืองมอนต์โกเมอรี่เค้าตี้ บอกว่า "ตามที่ผมเข้าใจ (ตอนนั้น) เขาอยู่คนเดียว ในห้องนอนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ อยู่กันข้างนอก และเขาเรียกขอความช่วยเหลือทางวิทยุสื่อสารของพวกเขา" นายอำเภอแซมพ์สันกล่าว บรรดาลูกน้องของเขาพบว่า เขาถูกแทงที่หน้าอกโดยกรีดตัวเองเป็นแผลที่อ่านได้ว่า "เรียก 9-1-1" แล้วเลาร์เซ่นก็ถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลใกล้ ๆ ก่อนที่จะถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังศูนย์การแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเครกตั้นในเมืองโอมาฮ่า
ตามรายงานจากตำรวจเมืองมอนต์โกเมอรี่เคาน์ตี้ รายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 12:45 น. ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นช่วงเวลาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อมีการฆาตกรรมโยสิยาห์และซาร่าห์มัวร์เมื่อปี 1912 พร้อมกับเด็กสี่คนและเด็กหญิงสองคนที่มาเยือน
"เราเรียกการฆาตกรรมครอบครัวมัวร์ว่าเป็น 'ปริศนาลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา" เคลลี่ รันเดิล ผู้อยู่เบื้องหลังในการทำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "วิลลิสก้า : การอยู่กับความลึกลับ" กล่าว "เรื่องราวมันอ่านดูเหมือนนิยาย และยิ่งคุณรู้เรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องพิลึกหนักขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเรื่อง (จริง) ที่ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมใส่ไข่อะไรเลย"
เรื่องราวฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นคือ...ในคืนวันที่ 9 มิถุนายน 1912 โยไซมัวร์และภรรยาของเขามีลูกชายสามคนและลูกสาว เข้าร่วมกิจกรรมที่โบสถ์ในตอนเย็น ก่อนจะกลับบ้านไปพร้อม ๆ กับเพื่อนสนิทของลูกสาวสองคนที่ถูกชวนไปพักค้างคืนที่บ้าน ประมาณ 7 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อนบ้านหญิงคนหนึ่งก็สังเกตเห็นว่าบ้านมันเงียบผิดปกติ และเมื่อเธอพบว่าประตูล็อคไว้ และหน้าต่างทั้งหมดถูกผ้าปกคลุมอยู่ (มองไม่เห็นอะไรข้างใน) เธอจึงเรียกพี่ชายของมัวร์ให้มาไขกุญแจบ้าน และพบว่าญาติของเขาเลือดโชกและสิ้นชีวิตอยู่บนเตียงของพวกเขา
เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเข้าควบคุมสถานการ "ฝรั่งมุง"บ้านที่เกิดเหตุฆาตกรรมอย่างรวดเร็ว มีคนประมาณร้อยคนมาดูศพของคนที่ถูกสับ สมัยนั้นยังไม่มีการใช้ลายนิ้วมือเป็นหลักฐานในการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ความวุ่นวายจึงเกิดจากผู้ที่มาชมบ้าน ทำให้เหล่านักสืบทั้งหลายไม่สามารถเก็บหลักฐานเพียงพอสำหรับการตรวจสอบได้ แต่ก็มีรอยบากเหนือเพดานห้องนอนซึ่งเกิดจากการขว้างขวาน เผยให้รู้ความสูงของฆาตกรว่าประมาณเท่าใด (ซึ่งขัดแย้งกับผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งในช่วงแรกสั้น ๆ) แต่รอยบากเหล่านี้ปรากฏอยู่ตรงกลางห้อง ไม่ใช่อยู่เหนือเตียงของเหยื่อ จึงคิดกันว่าฆาตกรอาจจะใช้มือควงขวานขว้างไปอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้เกิดความตื่นตระหนก
ร่างของ เลน่า และ ไอน่า สติลลิงเกอร์ ถูกพบในห้องนอนที่ชั้นล่าง ที่ฐานของเตียงของเลน่าผู้มีอายุ 12 ปี พบว่า มีโคมไฟน้ำมันก๊าดซึ่งอาจใช้ในการส่องบนร่างกายของเธอซึ่งนอนอยู่ในท่วงท่าเซ็กซี่เร้าอารมณ์กับชุดชั้นในที่หายไป เลือดจางๆอาบที่ขา และมีบาดแผลที่แขน เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่าเธอเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศและเป็นสมาชิกคนเดียวของบ้านที่พยายามจะสู้กับผู้บุกรุก
ด้วยเทคโนโลยีและเทคนิคการสืบสวนในปัจจุบัน การฆาตกรรมดั้งเดิม อาจคลี่คลายได้ไม่ยากนัก ในขณะที่ความหลากหลายของข้อสงสัยและรอยนิ้วมือชี้ว่า เป็นช่วงเวลาที่แบ่งชาวเมืองทั้งเมืองให้เป็นไข้ฮิสทีเรีย นักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันระบุถึงความเป็นไปได้ที่แตกต่างกัน 3 อย่างสำหรับฆาตกรคือ (1) เป็นฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับฆาตกรคนอื่น ๆ ที่คล้ายๆกัน (2) ฆาตกรเป็นนักเทศน์ นักเดินทางที่มีประวัติของการประพฤติผิดทางเพศ (3) เป็นวุฒิสมาชิกคนหนึ่งของรัฐที่คิดว่าจะได้รับค่าจ้างอย่างงามในการจ้างคนโง่ๆสักคนไปฆ่าครอบครัวมัวร์ แต่ไม่มีใครเคยถูกตัดสินลงโทษ
หนังสือและสารคดีจำนวนมากลงประวัติเรื่องราวฆาตกรรมและการสืบสวนเรื่องอาถรรพณ์ที่ตามมาของบ้านมัวร์ พวกเขาอ้างถึงบุคคลต่างๆที่อ้างตัวว่าได้เห็นชายคนหนึ่งขวางทางเดิน หรือได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็ก ๆ ในห้องนอนของพวกเขา หรือติดอยู่ในห้องนอนที่คาดว่าเป็นที่ๆ เลนา สติลลิงเกอร์ หลบซ่อนตัวจากผู้จู่โจมทำร้ายเธอ
แต่เมื่อ รันเดิ้ล เริ่มถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีของเขาในช่วงปี 1990 มีเรื่องเล่าลือกันนิดหน่อยว่าบ้านมีวิญญาณสิงอยู่ เขากล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่เขาถ่ายทำอยู่ภายในบ้าน เขาไม่เคยมีประสบการณ์ หรือเห็นอะไรผิดปกติ หรือตอนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้าน ก่อนที่เขาพูดกับใครที่อาศัยอยู่ในบ้านเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่มันจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เช่นกัน
"นักสำรวจอาถรรพณ์คนแรกเข้าเยี่ยมชมบ้านในปี 1999 พวกเขาประกาศว่าบ้านถูกผีสิงและพวกเขาจะระบุว่าใครเป็นฆาตกร เขาบอกผม ก่อนหน้านี้ ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมมีความสนใจในสถานที่นี้ซึ่งเป็นเพียงที่เก็บรักษาเอกสารไว้อย่างดีจากที่ผ่านๆมา (บ้านได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ) โชคร้ายที่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องจริงของบ้าน เพราะว่า ก็เหมือนเรื่องประวัติศาสตร์ใด ๆ มันมักจะมีบางอย่างที่ต้องเรียนรู้" รันเดิ้ลกล่าว "ถ้าผู้คนเพียงแค่เข้าไปที่นั่นเพื่ิอที่จะได้รับความกลัวในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาได้ยินหรือได้เห็นแล้วละก็ ผมก็ไม่ทราบว่า อะไรคือสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากที่นั้น"
นายอำเภอแซมพ์สัน ได้เข้าประจำการเขตตั้งแต่ปี 1992 และเป็นนายอำเภอมาตลอดในช่วงหกปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่าเขาไม่เคยถูกเรียกออกไปที่บ้านในกรณีฉุกเฉินใด ๆ เหมือนในอดีต และอ้างถึงเมืองวิลลิสก้าว่า มันก็แค่เป็น "ชุมชนเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ในรัฐไอโอวาของคุณ" เท่านั้นเอง
เมืองนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องกับเลาร์เซ่น อย่างไรก็ตาม ทั้งนายอำเภอแซมพ์สัน และลินน์ ผู้ดูแล กล่าวว่า พวกเขาเหมือนถูกน้ำท่วมปาก ด้วยการซักถามข้อมูลจากสื่อ ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะมันจะจบในไม่ช้านี้
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ" ลินน์กล่าว "มันเป็นเรื่องสาธารณะก็จริง แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องสาธาณะอย่างที่คุณต้องการจะมี,ฉันไม่ต้องการให้คนคิดว่า เมื่อพวกเขามาถึง 'เมืองฆาตกรรมขวานสับโหดวิลลิสก้า' แล้ว บางอย่างจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขาทำเรื่องแบบนั้น ฉันอยากให้พวกเขามีประสบการณ์ดีๆจากบ้านนั้น เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และถ้ามี 'อาถรรพณ์' บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ"
ลินน์ และ นายอำเภอแซมพ์สัน กล่าวว่า เลาร์เซ่น ได้ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของเขาแล้ว แต่จะไม่ให้ความเห็นใดๆที่จะไปไกลกว่าการแสดงความเคารพต่อครอบครัวนั้น
"มีร่างของชาวบ้านที่อยู่รอบๆ บ้านฆาตกรรมครอบครัวมัวร์" รันเดิ้ล ผู้บัญชาการกล่าว "ตราบเท่าที่คุณยังจำได้ว่า นี่เป็นเรื่องเล่าของชาวบ้าน ไม่ใช่ความเป็นจริง ดังนั้นผมจึงถือว่า การพบเห็นสิ่งลึกลับอาถรรพณ์ มันเป็นแบบชั่วครั้งชั่วคราว ซึ่งไปขยายเรื่องเล่าของชาวบ้านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันฆาตกรรม เรื่องเล่าของชาวบ้านสามารถบอกคุณได้มากขึ้นเกี่ยวกับว่า ผู้คนมองเห็นตัวเองอย่างไร และพวกเขามองเห็นโลกมากกว่าข้อเท็จจริงที่มีอยู่รายล้อมเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร"
เครดิตข้อมูลเบื้องต้น 20 สถานที่สยอง ซึ่ง MC ไปหามา =https://amazingthaisea.com/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94/
เครดิตข้อมูลภาษาอังกฤษ จากเว็บต่างประเทศ https://www.vice.com/en_us/article/ppm84g/why-did-a-ghost-hunter-stab-himself-inside-a-famous-axe-murder-house-1118 เฉพาะส่วนนี้ MC แปลเองทั้งหมด
ตอนนี้จบแล้วครับ พบกันใหม่ วันพรุ่งนี้ เป็นการชดเชยที่ MC ขาดสำหรับเมื่อวาน อีก 1 วันครับ